ใช้ AI หนักมา 5 เดือน สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความอดทนของเราเอง

นอนตีสี่ เปิดแชท 5–7 ห้องพร้อมกัน หงุดหงิดเวลาโดนขัด สิ่งที่เราเจอหลังใช้ AI หนักๆ และวิธีที่เริ่มแก้ด้วย quiet hours กับวันปลอด AI

Share
ใช้ AI หนัก 4–5 เดือน สิ่งที่เปลี่ยนคือความอดทนของเราเอง และ 3 สัญญาณที่ควรเช็ก

ใช้ AI หนักๆ มาราว 4–5 เดือน สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่งานที่เร็วขึ้น แต่เป็นตัวเราเองที่ใจร้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สามเดือนที่หนักที่สุด

สามเดือนหลังคือช่วงที่หนักที่สุด เพราะเรากำลังวางระบบองค์กรใหม่ทั้งหมด ทำหลายอย่างใหม่แทบทุกส่วน ใช้ Claude ทั้ง Cowork และ Code ตั้งแต่เว็บไซต์โรงงานไปจนถึงระบบหลังบ้าน

และต้องยอมรับตรงๆ ว่ามันสนุกมาก

เราเรียนสายคอม เขียนโปรแกรมมาตั้งแต่อายุ 15 พอจะเข้าใจว่า AI คิดและตอบยังไง ยิ่งถาม ยิ่งได้คำตอบลึกลงไปเรื่อยๆ ยิ่งลึกก็ยิ่งอยากถามต่อ รู้ตัวอีกทีก็ตีสี่ตีห้า บางวันก็เช้า

นิสัยใหม่ที่เราไม่ได้ตั้งใจสร้าง

ที่หนักกว่านอนดึก คือนิสัยเล็กๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

พิมพ์ถามไปแล้ว AI ยังตอบไม่เสร็จ ขี้เกียจรอ ก็เปิดห้องใหม่ถามอีกเรื่อง กลับไปดูห้องแรก ยังไม่เสร็จ ก็เปิดห้องที่สาม วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเปิดค้างไว้ 5–7 ห้อง

ตอนเด็กเราเคยภูมิใจมากกับการทำหลายอย่างพร้อมกัน รู้สึกว่าตัวเองเก่ง จนอายุยี่สิบกว่าถึงได้เรียนรู้ว่ามันไม่ได้ดีอย่างที่คิด ต้องหยุดพัก ฟื้นตัวเองอยู่นานกว่าจะเลิกได้

ตอนนี้นิสัยนั้นกลับมาแล้ว และกลับมาแบบจัดเต็ม

สิ่งที่เราเห็นในตัวเอง

  • นั่งสมาธิแล้วไม่นิ่ง ในหัวมีแต่ “เดี๋ยวกลับไปแก้ตรงนั้น แก้ตรงนี้” จนหลุดจากสมาธิ ลุกไปหยิบมือถือมาพิมพ์ต่อ
  • มือถือกลับมาติดมือ คนที่รู้จักเราจะรู้ว่าเสาร์อาทิตย์เราไม่รับสาย ไม่ตอบ LINE เพราะทำ mobile detox มานาน ตอนนี้ไปไหนก็ถือติดไปด้วย
  • หงุดหงิดง่ายขึ้น รอไม่ได้ ทีมเดินมาถามเรื่องปกติที่ไม่มีอะไรเลย เรากลับรู้สึกว่าโดนขัดจังหวะ

นอนน้อยก็กระทบอารมณ์ ทำหลายอย่างพร้อมกันก็กระทบอารมณ์ พอสองอย่างมารวมกัน เราก็กลับไปเป็นคนฉุนเฉียวง่ายอีกครั้ง

โชคดีที่การนั่งสมาธิยังช่วยให้รู้ทันตัวเอง พอรู้ตัวก็พยายามดึงให้ใจเย็นลง แต่ก็ยอมรับว่ามีบางครั้งที่ทำได้ไม่ดี และเราไม่ชอบตัวเองเวอร์ชันนั้นเลย เพราะเคยพัฒนาตัวเองมาไกลกว่านี้แล้ว

ไม่ได้เป็นแค่เรา

ที่แปลกใจคือ พอได้คุยกับหุ้นส่วนที่ใช้ AI หนักพอกัน (เขาใช้ AI สร้างระบบหลังบ้านของโรงงาน) เขาก็เจอแบบเดียวกัน เริ่มจากสังเกตอารมณ์ตัวเองว่าหงุดหงิดง่าย รอไม่ได้ ไม่ชอบถูกขัดจังหวะ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้เป็น

AI ทำให้งานเร็วขึ้นจริง แต่ความเร็วนั้นค่อยๆ กินความอดทนของเราไปโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่เราเริ่มทำ

สองสัปดาห์ก่อน เราเพิ่งเจอว่าใน Claude ตั้งค่าเรื่องนี้ได้ 2 อย่าง

Claude - Wellbeing
  1. Break reminder ใช้ต่อเนื่องราว 6 ชั่วโมง มันจะเตือนให้พัก
  2. Quiet hours ตั้งช่วงเวลาห้ามใช้ของแต่ละวันได้ ของเราตั้งไว้ วันธรรมดาห้าทุ่มถึงเช้า คืนวันเสาร์สี่ทุ่มถึงสิบโมงเช้า

และตั้งใจให้วันอาทิตย์เป็นวันปลอด AI ระบบอัตโนมัติยังทำงานของมันไป แต่คนไม่ต้องนั่งเฝ้า

ผ่านมา 2 สัปดาห์ ยังทำไม่ได้ 100% แต่จากที่เคยนอนตีสี่ตีห้า ตอนนี้เหลือราวเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง เป้าต่อไปคือหยุดให้ได้ตั้งแต่ตอนที่มันเตือน

ถ้าคุณใช้ AI หนักๆ ลองเช็ก 3 สัญญาณนี้

  1. นอนดึกเพราะ “อีกคำถามเดียว”
  2. เปิดแชทใหม่ เพราะรอคำตอบไม่ไหว
  3. หงุดหงิดเวลามีคนมาขัด ทั้งที่เรื่องไม่ได้ใหญ่

ถ้าเจอสักข้อ ลองตั้งเวลาห้ามใช้ให้ตัวเองดูสักช่วง จะใช้ฟีเจอร์ในแอปหรือแค่ตั้งนาฬิกาปลุกก็ได้ ให้สมองได้หยุดรอจริงๆ บ้าง

AI ช่วยให้ทีมเร็วและแม่นขึ้น ไม่ได้มาแทนคน และไม่ควรมาแทนเวลาพักของเราด้วย

ใครใช้ AI หนักๆ แล้วเจอแบบนี้บ้างไหม เล่าให้ฟังหน่อย


Read in English: Five months of heavy AI use changed my patience

Read more

ลูกค้าหายเพราะแพงจริงไหม? ให้ AI ไล่แชท 10 เดือน เจอว่าราคาเป็นเหตุแค่ 3%

ลูกค้าหายเพราะแพงจริงไหม? ให้ AI ไล่แชท 10 เดือน เจอว่าแค่ 3%

ทีมขายบอกลูกค้าหายเพราะแพง เราให้ AI อ่านแชทลูกค้าย้อนหลัง 10 เดือน เจอว่าราคาเป็นเหตุแค่ราว 3% นี่คือสิ่งที่เจอและวิธีลองกับธุรกิจคุณ

By Nes Nitcharee
เราให้ Claude ทำอะไรบ้าง 16+ งานจริงในโรงงานเสื้อผ้า แบ่งเป็น 5 หมวด

เราให้ Claude ทำอะไรบ้าง: 16+ งานจริงในโรงงานเสื้อผ้า

งานที่เราให้ Claude ทำจริงในฐานะเจ้าของกิจการโรงงานเสื้อผ้าส่งออก 5 หมวด ตั้งแต่ยิงแอด รายงานผ้าใกล้หมด กำลังผลิต ไปจนถึงจองโรงแรม พร้อมวิธีเริ่มงานแรกของคุณในวันเดียว

By Nes Nitcharee